นอนกรน ก็แก้ไขได้.....

posted on 26 Jan 2012 11:13 by morchula

นอนกรน เป็นภาวะผิดปกติอย่างหนึ่งของการนอนที่ไม่ควรละเลย เพราะผลกระทบจากการนอนกรนสร้างปัญหาต่อการดำเนินชีวิต และปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย

นอนกรน......เกิดได้อย่างไร
อาการนอนกรนนี้ คนปกติสามารถเป็นได้ไหม ??

คำ ตอบทางการแพทย์ถือว่า การนอนกรนเป็นสิ่งผิดปกติ คนทั่วไปเข้าใจว่าคนมีอายุ อาจนอนกรนบ้างเวลาหลับสนิทและเป็นเรื่องธรรมดา อันนี้ไม่ถูกต้อง แท้ที่จริงแล้ว นอนกรนเป็นอาการที่ชี้บ่งว่าทางเดินหายใจของคนๆ นั้นแคบ เวลาลมหายใจผ่านบริเวณช่องคอตรงที่แคบนั้น จะเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดเป็นเสียงกรน ยิ่งถ้ามีปัญหาแน่นจมูก ต้องอ้าปากเวลานอน จะยิ่งทำให้นอนกรนได้มากขึ้นไปอีก

การนอนกรนมีทั้งประเภทที่อันตราย และไม่เป็น อันตราย ซึ่งมีลักษณะดังนี้

1. ประเภทที่ไม่เป็นอันตราย คือ การกรนที่ทำให้เกิดเสียงรบกวน แต่ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ กลุ่มนี้มักมีการอุดกั้นทางเดินหายใจเพียงเล็กน้อย

2. ประเภทที่อันตราย เกิดจากการที่มีทางเดินหายใจแคบมากในเวลาหลับ ผู้ป่วยกลุ่มนี้ จะมีเสียงกรนที่ไม่สม่ำเสมอ โดยขณะที่ยังหลับไม่สนิทจะยังเป็นการกรน ที่สม่ำเสมอ แต่เมื่อหลับสนิทจะเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ มีเสียงกรน ที่ไม่สม่ำเสมอ โดยจะมีช่วงที่กรนเสียงดัง และค่อยสลับกันเป็นช่วงๆ และจะ กรนดังขึ้นเรื่อยๆ และจะมีช่วงหยุดกรนไปชั่วระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นในช่วง ที่เกิดการหยุดหายใจ

อันตรายจากการนอนกรนที่มีการหยุดหายใจขณะหลับ

1. ร่างกายอ่อนเพลีย รู้สึกนอนไม่พอ ทำให้เกิดอาการง่วงนอน

2. ไม่มีสมาธิในการทำงาน ความสามารถในการจดจำลดลง หงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ

3. มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคของหลอดเลือดในสมอง โรคหัวใจขาดเลือด (อาจทำให้เสียชีวิตทันที เพราะเกิดภาวะหยุดหายใจในช่วงนอนหลับ ที่ชาวบ้านเรียกว่าไหลตาย)

4. หย่อนสมรรถภาพทางเพศ

การตรวจวินิจฉัยการนอนกรน

1. ตรวจร่างกายโดยแพทย์อย่างละเอียด

2. ตรวจพิเศษในท่านอน โดยกล้องส่องตรวจหลอดลมชนิดอ่อนตัวได้ บริเวณโพรงหลังจมูก ตำแหน่งเพดานอ่อนและโคนลิ้น

3. เอ็กซเรย์ เพื่อหาตำแหน่งที่ตีบแคบของทางเดินหายใจส่วนบน

4. ตรวจ Sleep Test (Polysomnography) เป็นการตรวจ การหายใจสัมพันธ์กับการทำงานของหัวใจและสมองขณะหลับ (ผู้ป่วย จะต้องนอนหลับอย่างน้อย 6-8 ชม. ขณะทำการตรวจ และต้องนอน รับการตรวจในโรงพยาบาล) โดยจะตรวจดูภาวะต่างๆ ดังนี้

- การตรวจดูการทำงานของหัวใจด้วยการตรวจคลื่นหัวใจ ความดันโลหิต ระดับออกซิเจนในหลอดเลือดแดง

- การตรวจคลื่นสมองหาระดับลึกของการหลับ เพื่อดูความผิดปกติ ขณะที่มีการหยุดหายใจ และประสิทธิภาพการนอน

- การตรวจนับจำนวนครั้งของการหายใจ ความถี่และระยะเวลาที่เกิด ภาวะหยุดหายใจ

- การตรวจเสียงกรน ว่ากรนดังค่อยแค่ไหน ตลอดเวลาหรือไม่ กรนขณะนอนท่าไหน

การรักษาการนอนกรน

1. การควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ และออกกำลังกายเพื่อให้ ร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรง

2. หลีกเลี่ยงการนอนหงายโดยพยายามนอนในท่าตะแคงข้าง และนอน ศีรษะสูงเล็กน้อย

3. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือยานอนหลับ หรือยา กล่อมประสาทก่อนนอน

4. กรณีที่เป็นการนอนกรนชนิดอันตรายที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วย รักษาโดย

- เครื่องช่วยหายใจ CPAP เครื่องครอบจมูกขณะหลับ เพื่อทำให้ หายใจสะดวกขึ้น

- Radiofrequency จี้กระตุ้นให้เพดานอ่อนหดตัวลง โคนลิ้นหด ตัวลง

- การผ่าตัด เอาส่วนที่ยืดยานออก

ขอบคุณที่มาจาก woman sanook



http://www.welovebabyface.com

http://www.morchulapremium.com

http://www.cosmeticsbrandbuilding.com/


อยอย.ร่วมกับตำรวจ ปคบ. จับใหญ่ส่งท้ายปี คลินิกใหญ่ ฉีดยาผิดกฎหมายทั้ง กลูต้าไธโอน โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ จำนวนมาก

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า จากที่ อย.ได้รับเรื่องร้องเรียนว่า พงศ์ศักดิ์คลินิก ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ 50-60 สาขา มีการกระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงทางวงการแพทย์ เช่น ฉีดกลูต้าไธโอน โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ดังนั้นจึงได้ประสานงานกับตำรวจ บก.ปคบ.ให้สืบสวนโดยส่งคนเข้าไปซื้อบริการตามคลินิกสาขา พบว่ามีการกระทำผิดดังกล่าวจริง

เข้าตรวจสอบจากคลินิกจำนวน 3 สาขาใหญ่ คือ 1. สำนักงานใหญ่ จังหวัดระยอง 2. คลินิกพงศ์ศักดิ์ สาขาห้วยขวาง 3. คลินิกพงศ์ศักดิ์ สาขาอนุสาวรีย์ ซึ่งผลการตรวจทั้ง 3 สาขา ปรากฏพบ ยาฉีดโบท็อกซ์ ยาฉีดฟิลเลอร์ ตลอดจนยาฉีดแก้รอยเหี่ยวย่นอีกหลายรายการ ซึ่งจะมีการตรวจสอบว่าได้ขออนุญาตถูกต้องจาก อย.หรือไม่

เบื้องต้นได้มีการดำเนินคดีข้อหา 1. ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท 2. ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. นำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่แจ้งรายการละเอียด มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4.นำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นพ.พิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีคลินิกสถานเสริมความงามทั่วประเทศจำนวนมาก หลายแห่งมีการเปิดบริการฉีดยาทำหน้าขาว ฉีดยาลดความอ้วน ฉีดยากลูต้าไธโอน โบท็อกซ์ ฉีดยาลดความเหี่ยวย่นโดยใช้ฟิลเลอร์ ซึ่งบางครั้งไม่ได้นึกถึงจริยธรรมจรรยาบรรณของแพทย์ และถ้าพบว่าเป็นแพทย์จะดำเนินการส่งเรื่องให้แพทยสภาพิจารณา


แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 หน้า 7


บุกจับคลินิกเถื่อนยึดโบทอกซ์ปลอม

โพสต์ทูเดย์ -บุกจับ “พงศ์ศักดิ์ คลินิก” 3 สาขา ยึดยาปลอม-อุปกรณ์แพทย์เถื่อนอื้อ

เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง ผู้บริโภค (ปคบ.) เข้าบุกค้นพงศ์ศักดิ์ คลินิก 3 สาขา ได้แก่ สำนักงานใหญ่ จ.ระยอง สาขาห้วยขวาง และสาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พบยาฉีดโบทอกซ์ ยาฉีดฟิลเลอร์ ยาฉีดแก้รอยเหี่ยวย่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงทำการจับกุมและตรวจยึด

เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาขายยาไม่ได้รับอนุญาต ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา นำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่แจ้งรายการละเอียด และนำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่มีหนังสือรับรอง ระวางโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ อย.ยังได้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซันคลาร่า ภายหลังมีผู้ร้องเรียนว่าเกิดอาการเลือดออกทางช่องคลอดเบื้องต้นพบว่ามีการ โฆษณาทางเคเบิลทีวีวิทยุชุมชน และอินเทอร์เน็ต โดยไม่ได้ขออนุญาตจาก อย. จึงได้เก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์เพื่อหาสารอันตราย และเตรียมพิจารณาระงับการโฆษณา

นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซัน คลาร่า เนื่องจากอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงอาทิ ผิวสวย หน้าใส ภายในกระชับ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดโดยเฉพาะเส้นเลือดดำมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

จากการตรวจสอบพบว่ามีความผิดตามกฎหมายในข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต ระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท จึงได้ดำเนินคดีกับบริษัท สตาร์ ซันไชน์ ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และสั่งให้ระงับการโฆษณาในทุกสื่อแล้ว

แหล่งที่มา: โพสต์ทูเดย์ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 หน้า A6


จับ’พงศ์ศักดิ์คลินิก’ฉีดยา’กลูตาไธโอน’


เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยภายหลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ลงพื้นที่ตรวจจับคลินิกเสริมความงาม “พงศ์ศักดิ์คลินิก” สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่า อย.ได้รับเรื่องร้องเรียนว่าคลินิกดังกล่าวมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ 50-60 สาขา มีการกระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรงทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงการแพทย์ เช่น ฉีดกลูตาไธโอน, โบท็อก, ฟิลเลอร์ ฯลฯ โดยใช้สารและเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงส่งคนเข้าไปล่อซื้อบริการตามคลินิกสาขา พบว่ามีการกระทำผิดตามที่ร้องเรียนจริง จึงร่วมกับตำรวจ บก.ปคบ.นำหมายค้นเข้าตรวจสอบคลินิก 3 สาขาใหญ่ๆ ได้แก่1.สำนักงานใหญ่ จ.ระยอง 2.คลินิกพงศ์ศักดิ์ สาขาห้วยขวางและ 3.คลินิกพงศ์ศักดิ์ สาขาอนุสาวรีย์ชัยฯ

“ผลการตรวจทั้ง 3 สาขา พบยาฉีดกลูตาไธโอน ซึ่งเป็นยาที่ไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นยาปลอม นอกจากนี้ ยังพบยาฉีดโบท็อกซ์ ยาฉีดฟิลเลอร์ ตลอดจนยาฉีดแก้รอยเหี่ยวย่นอีกหลายรายการ รวมทั้งยังพบอุปกรณ์ที่จัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะตรวจสอบว่าได้ขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ต่อไป ทั้งนี้ ผู้กระทำผิดต้องโทษ 3 คดี อาทิ ขายยาไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา 2.นำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่แจ้งรายการละเอียด และ 3.นำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า ซึ่งมีทั้งปรับเป็นเงินและจำคุก นอกจากนี้ ยังพบแพทย์กระทำผิดด้วย”นพ.พิพัฒน์กล่าว


แหล่งที่มา:มติชน วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 หน้า 10

อย.จับคลินิกค้ายาเถื่อน

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.54 นพ.พิพัฒน์ยิ่งเสรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้ม ครองผู้บริโภค(ปคบ.) เข้าตรวจค้นพงษ์ศักดิ์คลินิก สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทั้งนี้ จากการตรวจค้น พบยาที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนจำนวนมาก อาทิ ยาฉีดโบท็อกซ์ ยาฉีดฟิลเลอร์ แอลคาร์นิทีนยาฉีดแก้รอยเหี่ยวย่น เพิ่มผิวขาว ยาลดความอ้วนหลายรายการและเครื่องมือการแพทย์ ซึ่งทาง อย. และปคบ. ทำการตรวจค้น พงษ์ศักดิ์ คลินิก3 แห่งสาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสาขาห้วยขวาง และสำนักงานใหญ่ที่จังหวัดระยอง ซึ่งที่โกดังจังหวัดระยองมีรายงานว่าสามารถตรวจยึดยาดังกล่าวได้ 60 รถบรรทุก ระหว่างกำลังเตรียมส่งให้สาขาอีก 60 สาขาทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของคลินิกในข้อหาขายยาที่ไม่ได้ขึ้น ทะเบียนตำรับยา นำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่แจ้งรายละเอียด นำเข้าเครื่องมือแพทย์ที่ไม่มีหนังสือรับรองประกอบการนำเข้า

แหล่งที่มา:สยามรัฐ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2554 หน้า 11

http://www.welovebabyface.com

http://www.morchulapremium.com

http://www.cosmeticsbrandbuilding.com

 


 

ผู้บริโภค หมายถึง บุคคล หรือใครก็ตามที่กิน หรือใช้สินค้า บริการต่าง ๆ เพื่อสนองความต้องการ ของตนเองทั้งทางด้านร่างกาย และทางด้านจิตใจ

ผู้บริโภค (consumer) คือ สิ่งมีชีวิตที่กินสิ่งมีชีวิตอื่นๆเป็นอาหาร แบ่งได้เป็น

- สิ่งมีชีวิตที่กินพืชเป็นอาหาร (herbivore) เช่น วัว ควาย กระต่าย และปลาที่กินพืชเล็กๆ ฯลฯ
- สิ่งมีชีวิตที่กินสัตว์อื่นเป็นอาหาร (carnivore) เช่น เสือ สุนัข กบ สุนัขจิ้งจอก ฯลฯ
- สิ่งมีชีวิตที่กินทั้งพืช และสัตว์ ซึ่งเป็นลำดับการกินสูงสุด (omnivore) เช่น มนุษย์
[แก้ไข] ผู้บริโภค

ผู้บริโภค หมายถึง ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการขั้นสุดท้ายที่ ซื้อสินค้าเพื่อใช้ส่วนตัว หรือครอบครัว

ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภค สามารถนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด การแก้ปัญหาการตลาด การบริหารการตลาด ดังนั้น จึงได้มีการศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อทราบถึงลักษณะความต้องการและพฤติกรรมที่ได้ จะช่วยให้ นักการตลาดจัดกลยุทธ์การตลาด ที่สามารถสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคได้อย่างเหมาะสม

การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เป็นการค้นหาพฤติกรรมการซื้อ หรือการใช้ของผู้บริโภค เพื่อทราบถึงลักษณะความต้องการ และพฤติกรรมของผู้บริโภค คำตอบที่ได้จะช่วยให้นักการตลาด จัดกลยุทธ์การตลาดได้อย่างเหมาะสม ผู้บริโภค (Consumer) หมายถึง บุคคล หรือใครก็ตามที่กิน หรือใช้สินค้า บริการต่าง ๆ เพื่อสนองความต้องการ ของตนเองทั้งทางด้านร่างกาย และทางด้านจิตใจ

สิทธิที่ผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครอง

1. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ

เป็นสิทธิที่จะเน้นในเรื่องการได้รับความสะอาด ความปลอดภัย จากผลิตภัณฑ์และสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยเป็นปัญหาสำคัญของผู้บริโภค จึงมีการออกกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและตั้งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากสินค้าและบริการองค์การที่จัด ตั้งเพื่อป้องกันสิทธิด้านความปลอดภัยของผู้บริโภคที่สำคัญมี 2 องค์การคือ

องค์การคุ้มครองผู้บริโภค
องค์การอาหารและยา

2. สิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณาคุณภาพที่ถูกต้อง และเพียงพอเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการนั้น ๆ

ข้อมูลที่เกี่ยวกับสินค้าที่ผู้บริโภคควรได้รับมีดังนี้

2.1.ราคา หมายถึง ราคาต่อหน่วยของสินค้า ซึ่งราคาผู้บริโภคไม่สามารถรู้ว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นไหนดีหรือไม่ดี เพราะสินค้านั้น ๆ จะแตกต่างที่การบรรจุหีบห่อ ปริมาณ ขนาดและมีสินค้าบางชนิดไม่ระบุราคา จึงทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถทราบได้ว่าสินค้านั้นดี หรือไม่ และประหยัดที่สุดหรือไม่

2.2. ป้ายโภชนาการ หมายถึง การให้ข่าวสารข้อมูลของสินค้า ว่าเป็นอะไร บริโภคอย่างไร ใช้อย่างไรเพื่อผู้บริโภคจะได้เข้าใจรายละเอียดโดยปิดอยู่ที่บรรจุภัณฑ์ของ สินค้านั้น ๆ

2.3. รายละเอียดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ หมายถึง รายละเอียดเกี่ยวกับอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วย วัน เดือน ปี ที่ผลิต อายุการใช้งาน และวันหมดอายุของ ผลิตภัณฑ์ โดยจะชี้แจงบนหีบห่อของผลิตภัณฑ์

2.4. ความจริงเกี่ยวกับสินค้าที่ช่วยสนับสนุน หมายถึง สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดได้ชัดเจน เพื่อเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้บริโภค ผู้บริโภค จะต้องแยกข้อมูลที่ได้ออกมา และทำความเข้าใจ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ

2.5. รายละเอียดของสินค้า ผู้ผลิตมีการกำหนดจำนวนของรายละเอียดของสินค้านั้น ๆ ให้เหมาะสมโดยผู้บริโภคจะใช้รายละเอียดของสินค้านั้น เปรียบเทียบกับสินค้าอื่น ๆ เพื่อจะสามารถเลือกตัวเลือกที่ดีที่สุด ได้ประโยชน์มากที่สุด


3. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าและบริการ

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ ควรมีองค์ประกอบดังนี้

ให้ความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์ที่จะใช้ประเมินในตัวสินค้า และบริการที่ต้องใช้เทคโนโลยียุ่งยากซับซ้อน และให้เลือกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ให้มีทักษะในการบริหารและการตัดสินใจ ในระดับนี้สามารถเทียบกับการศึกษาที่ให้กับมืออาชีพ
ให้ความรู้เกี่ยวกับองค์การธุรกิจต่าง ๆ รัฐบาล และการให้ความรู้ทางด้านการตลาดเพิ่มขึ้น
โดยการพิจารณาให้ข่าวสารข้อมูล และความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการ ผู้บริโภคจะนำมาใช้ประเมินให้ตรงกับความต้องการและความถูกต้องเหมาะสมที่จะ เลือกซื้อสินค้าได้ต่อไป

4. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดใช้ความเสียหาย

สิทธิที่ผู้บริโภคจะได้รับการพิจารณาและชดใช้ความเสียหาย ทำได้ 3 วิธี คือ

การป้องกัน โดยภาครัฐและเอกชนมีการออกกฎหมายพิทักษ์ผู้บริโภค ซึ่งจะเป็นกลไกในการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคควบคู่ไปด้วย
การเอากลับคืนมา การแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีดังเดิม ทำได้หลายวิธี เช่น แก้ไขที่ตัวสินค้า เมื่อเกิดการผิดพลาดภายหลังจากที่สินค้านั้นออกสู่ตลาด โดยการนำเอากลับมาแก้ไข วิธีนี้จะใช้กันมากในการแก้ไขภาพพจน์ของตัวสินค้า
การกำหนดบทลงโทษ กำหนดตัวบทกฎหมาย ใช้เป็นบทลงโทษต่อผู้ผลิต โดยจะมีทั้งการปรับ ทั้งจำคุก

หน้าที่ของผู้บริโภคกับการคุ้มครองผู้บริโภค

1. หน้าที่ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์

เป็นหน้าที่ของผู้บริโภคจะต้องรับผิดชอบตนเองซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น เพราะก่อนการบริโภคผลิตภัณฑ์ใด ๆ จึงต้องมีการหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.1. การใช้ความระมัดระวังในการซื้อผลิตภัณฑ์ เช่น การตรวจสอบการแสดงฉลาก ปริมาณ และราคาว่ามีความยุติธรรมหรือไม่ ผู้บริโภคไม่ควรเชื่อข้อความการโฆษณาโดยไม่ได้ทำการพิจารณาอย่าง
รอบคอบ

1.2. การทำสัญญาโดยการลงลายมือชื่อ หรือผู้บริโภคควรจะตรวจสอบความชัดเจนของภาษาที่ใช้ว่ารัดกุมและให้สิทธิแก่ ผู้บริโภคครบถ้วนตามที่ได้ตกลงกันไว้ และสัญญา เงื่อนไขข้อใดบ้างที่
ไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

2. หน้าที่หลังทำสัญญา

1.1. การเก็บรักษาพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่แสดงถึงการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคไว้เพื่อทำการเรียกร้องกรรมสิทธิ์ของ ตน ควรจดจำสภาพที่ซื่อผลิตภัณฑ์นั้นไว้เพื่อประกอบการเรียกร้องด้วย
1.2. ในกรณีที่มีการทำสัญญาแล้ว ต้องเก็บเอกสารสัญญาต่าง ๆ รวมทั้งเอกสารภาพโฆษณา และ ใบเสร็จรับเงินไว้ด้วย
1.3. เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค ผู้บริโภคมีหน้าที่ดำเนินการร้องเรียนตามสิทธิของตน
[แก้ไข] สถาบันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
1. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีหน้าที่คุ้มครองประโยชน์ของประชาชน ที่มีปัญหาจากการอุปโภคและบริโภค ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้บริโภคที่ได้รับเกี่ยวกับความเป็น ธรรมเรื่องราคา การปลอมปนสินค้า การผูกขาดตลาด การโกงมาตราชั่ง ตวง วัด ตลอดจนการโฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็น จริง เผยแพร่ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคให้ทราบถึงภัยอันตรายที่เกิดจากสินค้าที่เป็น พิษ ประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ ตลอดจนติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ของเพื่อให้มีการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

2.1. คณะกรรมการอาหาร มีหน้าที่ กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของอาหาร ควบคุมเฉพาะตามชื่อ ประเภท ชนิด หรือลักษณะของอาหารนั้น และกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการผลิตเพื่อจำหน่าย นำเข้าเพื่อการจำหน่าย หรือการจำหน่าย
2.2. คณะกรรมการยา มีอำนาจหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการผลิตยา การขายยา การนำเข้าหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักร การนำยามาเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจ การตรวจสอบสถานที่ผลิตยา สถานที่ขายยา และสถานที่เก็บยา
2.3. สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมมีหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม เพื่อเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับผู้ผลิตในการผลิตสินค้า
2.4. องค์กรเอกชน ภาคเอกชนมีการจัดตั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เช่น องค์กรพิทักษ์ประโยชน์ของผู้บริโภค โครงการสภาสตรีส่งเสริมผู้บริโภค เป็นต้น

--------------------------------------------------------------------------------

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

โดย นางสาววิชชุดา กันทะมาลา
Institute for Innovation and Development of Learning Process, Mahidol University
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ebook.nfe.go.th

http://www.welovebabyface.com

http://www.morchulapremium.com

http://www.cosmeticsbrandbuilding.com